Home ข่าววันทรงชัย “ทรงชัยน้อย” โปรโมเตอร์หญิงคนเดียวของไทย

“ทรงชัยน้อย” โปรโมเตอร์หญิงคนเดียวของไทย

674

ถ้าพูดถึงการจัดการแข่งขันมวยไทย แทบจะทุกคนจะนึกถึง “ศึกวันทรงชัย” ที่ถือเป็นเวทีการแข่งขันมวยไทยที่มีมาอย่างยาวนาน จากรุ่นคุณทรงชัย รัตนสุบรรณ สู่ รุ่นทายาท คุณโอ๋-ปริยากร รัตนสุบรรณ โปรโมเตอร์หญิงคนแรกคนเดียวของไทย จนได้รับฉายาว่า ทรงชัยน้อย เรามาทำความรู้จักกับเธอกันดีกว่า ในรายการ 4 ทุ่ม สเปเชียล ช่วง Someone Special (26 พ.ค.57)

คุณโอ๋ เริ่มอธิบายถึงฉายาที่ได้รับว่า เริ่มต้นจากสื่อมวลชนท่านหนึ่งที่เห็นว่าคุณโอ๋มีความละม้ายคล้ายคุณพ่อทรงชัย และติดสอยห้อยตามไปตลอดทั้งการแข่งขันในเมืองไทยและต่างประเทศ ยิ่งเป็นลูกสาวคนเล็กด้วย จึงเรียกว่า ทรงชัยน้อย ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นลูกคนเล็กก็ได้อยู่ใกล้ๆ คุณพ่อคุณแม่อยู่แล้ว ไม่ได้คิดฝันจะมาช่วยงานมวยเมื่อโตขึ้น การติดตามคุณพ่อ (ป๊า) ไป ก็ได้เห็นวิธีการทำงานคือ ตอนตี 1 ตี 2 คุณพ่อก็ยังนั่งดูมวยอยู่เพื่อให้เห็นว่า นักมวยคนนี้เป็นอย่างไร ครั้งหน้าควรจะเจอใคร เกมการชกครั้งนี้เขามีข้อผิดพลาดตรงไหน เขาเป็นคนที่มองนักมวยเป็นเพชรเม็ดหนึ่งที่จะสามารถมาเจียระไนให้ส่องสว่างได้ หรือเป็นดินก้อนหนึ่งมาปั้นเป็นดาวได้ เขาเป็นคนที่ทุ่มเท พิถีพิถันในการทำงาน ทุกๆ ศึกกว่ารายการจะออกมา จะเปลี่ยนได้ตลอด ทุกคนก็จะคิดว่า มันยากและเหนื่อยมาก แต่ก็ทำให้เห็นว่า กว่าจะออกมาได้ทุกอย่างไม่ได้เกิดจากโชคช่วยหรือลูกฟลุค แต่เกิดจากการวางแผนมาตลอด
“ครอบครัวโอ๋เริ่มต้นมาจากศูนย์เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะทำอะไร ขาดทุนไปกี่นัดๆ เราก็จะไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิม สิ่งที่ป๊าทำ จึงทำด้วยใจรัก ถือเป็นการอุทิศบั้นปลายชีวิตให้วงการมวย” คุณโอ๋ เล่าถึงความคิดของคุณทรงชัย

ส่วนหน้าที่ของโปรโมเตอร์มวย คุณโอ๋ อธิบายว่า คำจำกัดความก็คือ ผู้จัดการแข่งขันชกมวย ถ้าง่ายๆ ก็คือ ดูน้ำหนัก ส่วนสูง แต่ในความเป็นจริงก็จะมีในเรื่องของรายละเอียด การฟิตซ้อม และเมื่อประกบคู่มาแล้วจะคู่คี่สูสีหรือไม่ ซึ่งศึกวันทรงชัยจะเน้นตรงนี้ ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละโปรโมเตอร์วางแผนไว้อย่างไร นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของการตลาด การประสัมพันธ์ หรือถ้าถ่ายทอดสดทางทีวีก็จะมีเรื่องการโฆษณาด้วย รายการจะประสบความสำเร็จได้ก็ขึ้นอยู่กับการพิถีพิถันของคนประกบมวย เพราะถ้าดูแค่น้ำหนักส่วนสูง แต่เกมการชกอาจห่างชั้น หรือสภาพนักมวยไม่เต็มร้อย ถ้าโปรโมเตอร์ไม่ละเอียดก็จะหลุดได้

เมื่อถามถึงทางมวย คุณโอ๋ เล่าว่า มวยไทย เป็นกีฬาการต่อสู้ที่จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย นักมวยหญิงจะมีความฉลาดขึ้น มวยบู๊ จะหายากขึ้น อาจเพราะนักมวยเริ่มไม่อยากจะเจ็บตัว และยอมรับว่า มีเรื่องของการพนันมาเกี่ยวข้อง บางทีพอยก 4-5 เริ่มรู้ว่าตัวเองจะชนะก็จะเริ่มติ๊ดชึ่ง หนีละ คนดูจะเริ่มคิดว่า ทำไมไม่ชกกัน ก็ถือเป็นผลเสียที่มีการพนันมาเกี่ยวข้อง

“พูดถึงมวยไทยตอนนี้ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จตามที่ป๊าได้เคยวาดฝันไว้ ในยุค 2532 เป็นยุคทองของมวยไทยที่เวทีลุมพินี ถึงขั้นต้องปิดห้องตั๋วไม่สามารถรับคนเพิ่มแล้ว มีการเริ่มถ่ายทอดสดทางฟรีทีวี มีการผลักดันนักมวยไปต่อยมวยสากล สร้างแชมป์โลก ป๊าเป็นคนบุกเบิกนำมวยไทยไปยังต่างประเทศ ฝรั่งเศส อิตาลี ฮอลล์แลนด์ ถ่ายทอดกลับมาเมืองไทย ขาดทุนเป็นล้านทุกนัด ซึ่งมันอาจจะไม่เวลาที่เหมาะสม แต่ถ้าถามโอ๋ คิดว่า ที่ขาดทุนเยอะ เพราะจังหวะมันไม่ใช่ แต่ ณ วันนั้นจนถึงวันนี้ ก็ทำให้มวยไทยแพร่กระจายไปทั่วโลก ป๊าก็ภูมิใจว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนทั่วโลกรู้จักมวยไทย เรามองว่าเรามีความสุขกับสิ่งที่เราทำ เราเริ่มต้นมาตรงนี้ แต่ก่อนป๊าเคยชกมวย เขาเข้าใจว่าฐานะยากจน ลำบากเป็นอย่างไร มาจนถึงวันนี้ ก็เป็นเพื่อสังคม เพื่อวงการมวยแล้ว” คุณโอ๋ บอกเล่าด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

คุณโอ๋ พูดถึงการดูแลนักมวยว่า ทุกวันนี้ก็จะพยายามพูดกับเขาว่า ไม่ว่าใครจะจบอะไรมา แต่สุดท้ายต้องรู้จักคิดให้ได้ และรู้ว่าจะวางแผนชีวิตยังไง ส่วนตัวมองว่า การศึกษาเป็นตัวที่ทำให้คุณรู้สิ่งที่ทำนั้นดีหรือไม่ และการบริหารจัดการสิ่งที่เรามี สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง ที่เราเรียนมาทางสังคมสงเคราะห์ ก็ทำให้เราได้รู้เรื่องมนุษย์มากขึ้น รู้จักการประนีประนอมมากขึ้น

คุณโอ๋ ยอมรับว่า ไม่ได้เป็นคนที่ชื่นชอบมวยมาตั้งแจ่เด็ก แต่เมื่อพี่ๆ ไปเรียนต่อต่างประเทศ เรามองเห็นพ่อแม่เหนื่อย จึงอยากเข้ามาช่วย จึงเริ่มวางแผนชีวิตการเรียนจะกลับมาช่วย โดยที่พ่อแม่ไม่ได้ออกปากชวน ซึ่งโดยนิสัยจริงๆ ตนเองเป็นคนรักสันโดษ แต่นี่คือหน้าที่และความรับผิดชอบ และมีความสุขกับการทำงาน ตอนกลางคืนไม่ค่อยอยากจะนอน หัวใจเต้นเร็ว อยากจะทำงาน มีความตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า เราเป็นผู้หญิง ก็อยากให้มีนักมวยหญิงอาชีพขึ้นมา เวลาไปประชุมองค์การมวยโลก เราก็ถือว่าเป็นตัวแทนคนไทย เป็นโปรโมเตอร์มวยสากลผู้หญิงคนเดียวที่คนเริ่มยอมรับ พูดภาษาอังกฤษได้ พูดจารู้เรื่อง เป็นความภาคภูมิใจ วันหนึ่ง เราสร้างแชมป์โลกขึ้นมา ให้กับวงศ์ตระกูลและประเทศชาติก็เป็นความภาคภูมิใจ
“มวยเนี่ยมันเหนื่อยมาก จัดแต่ละครั้งมันขาดทุนเยอะมาก เมื่อตอนนี้ มีคอนเน็คชั่น ก็เลยเปิดโรงงานผลิตอุปกรณ์มวย เป็นโปรเจกต์ปีนี้ ก็ยิ่งสนุกเหมือนได้แตกไลน์ออกมา มีโอกาสเติบโต ซึ่งยังอยู่อยู่ในสายมวย ที่คุณพ่อและโอ๋ ยืนหยัดอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะแฟนมวย คือ ปัญหามันเยอะมาก ทั้งคนพูดจาไม่รู้เรื่อง คนเอาแต่ได้ ในวงการนี้ แม้เราจะจัดการแข่งขันขาดทุน แต่ก็เห็นว่า มันมีแต่ศึกวันทรงชัยที่คนรอดู และคนดูแน่นสนาม เป็นกำลังใจ”

เมื่อถามถึงปัจจัยที่ทำให้ศึกวันทรงชัยมีคนดูแน่นทุกครั้ง คุณโอ๋ สันนิษฐานว่า อาจเพราะเราไม่มีค่ายมวยของตัวเอง เรามีความซื่อสัตย์ต่อคนดู เราไม่สนใจว่ามุมแดงหรือน้ำเงินจะเป็นฝ่ายชนะแต่คุณต้องชกให้สมศักดิ์ศรี เราบอกได้ เลยว่า เราเป็นศึกที่จ่ายค่าตัวนักมวยแพงที่สุด เพราะเราต้องการให้นักมวยชกให้ดีที่สุด เพราะเราต้องการให้นักมวยมีความฝัน มีความหวัง ว่า เป็นแชมป์ในท้องถิ่น ภูธรแล้วจะได้มาชกในศึกวันทรงชัย มองว่าเป็นการพัฒนาคน พัฒนานักมวย

ส่วนรายได้ในการจัดการแข่งขัน คุณโอ๋ บอกว่า ถ้าเป็นการถ่ายทอดสด รายได้จะมีมาจากสปอนเซอร์ แต่ถ้าจัดในเวทีใหญ่อย่างลุมพินี ราชดำเนิน ก็จะได้เฉพาะค่าตั๋ว การขายบัตร แต่ปัจจุบันมีทางเลือกค่อนข้างเยอะ ทำให้คนดูน้อยลง และค่าตั๋วก็ยังไม่ได้ขึ้น ขณะที่ค่าตัวนักมวยต้องปรับขึ้นทุกการแข่งขัน ทำให้เงินไม่ได้สมดุลกัน จึงทำให้ยากที่ใครจะสามารถอยู่มาได้นาน

สำหรับการคัดเลือกนักมวยที่ดี คุณโอ๋เล่าว่า สมัยคุณทรงชัย (ป๊า) ลำบาก ต้องเข้าป่าไปหาช้างเผือกเลย แต่สมัยนี้ ตนเองค่อนข้างโชคดี ที่จะมีทีมงานตามภาคต่างๆที่มีการจัดมวยภูธร เมื่อเห็นแววก็จะส่งลำดับตามขั้นมา ก็จะมีดาวรุ่งวันทรงชัยที่ต่างจังหวัด ก็จะมีสเต็ปกว่าจะมาถึงเวทีใหญ่ ซึ่งจะใช้ชื่อว่า ศึกมหาชนวันทรงชัย จะมีทีมงานคัดเลือกอีกทีหนึ่ง และปัจจุบันนี้ มวยไทยก็แพร่หลาย คนรับรู้เรื่องศิลปะป้องกันตัว การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ถือเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เยาวชนเข้าถึงง่ายกับมวยไทย และมีมวยไทยหญิงด้วย นอกจากนี้ยังมีคนติดต่อมาให้เปิดเป็นวันทรงชัยยิม เพื่อแตกไลน์ออกไปอีก
“นักมวยไทยในปัจจุบันนี้ พูดได้เลยว่า อีก 5 ปี ไม่มีทางสู้ชาติไหนได้แล้ว เพราะการฟิตซ้อมไม่ดี ระเบียบวินัยไม่มี ไม่เอาวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วย การทะเลาะกันระหว่างค่ายมวยกับนักมวย หรือว่าพอดังหน่อยเจอลูกยุลูกแหย่ ก็แตกกันไป”

เมื่อถามถึงการพูดคุยกันในวงการเกี่ยวกับทิศทางและอนาคตของมวยไทย คุณโอ๋อธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า จริงๆ แล้ว มีการแบ่งกันเป็นก๊ก เป็นฝ่าย ทำงานร่วมกันไม่ได้ ก็ต้องมองว่า แต่ละคนมีความคิดจะทำอย่างไร แต่สำหรับศึกวันทรงชัย บอกได้เลยว่า คุณภาพชีวิตนักมวยต้องมาก่อน ต้องการให้นักมวยมีบั้นปลายชีวิตที่ดี ไม่อยากให้ถูกดูถูกเหยียดหยามว่า เป็นแชมป์ก็เก็บเงินไม่ได้ ไม่มีความรู้ ฉะนั้นนักมวยของศึกวันทรงชัยต้องเรียนหนังสือ ก็จะบอกนักมวยเสมอว่า ให้ดูแลตัวเอง ไม่อยากให้เอ๋อตอนแก่ หน้าที่ความรับผิดชอบของตัวเองต้องทำให้ดี ถ้าไม่พร้อมมาชก อย่ามา สมัยคุณพ่อทรงชัย จะมีเรื่องการขโมยมวย ทรยศหักหลังกันเยอะ พอมาถึงสมัยตนเอง มองว่า ไม่ควรเกิดขึ้น ซึ่งสำหรับตนเองเลือกที่จะทำงานกับคนที่ไม่มีปัญหา

“การทำงานต้องตั้งใจ ประสบการณ์คือสิ่งที่สำคัญ การได้รับคำแนะนำที่ดี การชี้แนวทางที่ถูกต้องก็จะทำให้เราประสบความสำเร็จ อยู่ที่ความตั้งใจในหน้าที่และความรับผิดชอบของเราเอง ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไรก็ตาม” คุณโอ๋ ปริยากร รัตนสุบรรณ ทิ้งท้ายไว้

อริสรา ประดิษฐสุวรรณ เรื่อง